PROGRAM
Lifting &
Tightening
ทำไมต้องยกกระชับผิว?
เมื่ออายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวสูญเสียความกระชับ กรอบหน้าไม่คมชัด และเกิดริ้วรอยมากขึ้น
เทคโนโลยียกกระชับในปัจจุบันช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของผิวจากภายใน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เปลี่ยนรูปหน้า และยังคงความเป็นธรรมชาติของใบหน้าไว้ได้อย่างสมดุล
ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากชั้นผิวลึก
ผลลัพธ์ยาวนาน
วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
PROGRAM
Ultherapy
Prime
มาตรฐานการยกกระชับผิวหน้าและลำคอโดยไม่ต้องผ่าตัด
Program Ultherapy Prime เทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นล่าสุด ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Program Ulthera SPT ถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญในรอบ 15 ปี ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound with Visualization ; MFU-V) ส่งพลังงานแบบโฟกัสจุดไปยังผิวชั้นลึกถึงระดับ SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า (Face Lift) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ฟื้นฟูความกระชับของผิวและกรอบหน้า
ด้วยระบบ Real-Time Visualization ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวระหว่างทำการรักษาอย่างชัดเจน ทำให้การส่งพลังงานมีความแม่นยำมากขึ้น และสามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของ Ultherapy Prime
เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม Ultherapy SPT
เทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด
Ultherapy Prime ดีไซน์ใหม่ มีความทันสมัย มาพร้อมระบบประมวลผลและหน้าจอ Full HD ที่ใหญ่ขึ้น 35% ทำให้ได้ภาพแสดงชั้นผิวที่มีความคมชัดมากขึ้น
เจ็บน้อยและใช้เวลาน้อยลง
ระบบประมวลผลที่เร็วขึ้นทำให้ระยะเวลาในการรักษาโดยรวมลดลง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ลดระยะเวลาที่ต้องทนความรู้สึกเจ็บหรือร้อนอุ่น ๆ ลงได้อย่างชัดเจน
Real-Time Visualization
แพทย์มองเห็นความลึกของชั้นผิวและกล้ามเนื้อในขณะทำ ทำให้ส่งพลังงานไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประสบการณ์คนไข้ที่ดียิ่งขึ้น
การออกแบบระบบและการแสดงผลใหม่ช่วยให้ขั้นตอนการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การรักษารวดเร็วและต่อเนื่องกว่าเดิม พร้อมการดูแลจากทีมแพทย์เอสต้า ที่สามารถประเมินความลึกของชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ ทำให้การวางตำแหน่งในการยิงพลังงานเหมาะสม
เหมาะสำหรับ
- ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวบริเวณกรอบหน้าและลำคอไม่กระชับ
- คิ้วตก หนังตาบนหย่อน ทำให้ดูเหนื่อยหรือดูแก่กว่าวัย
- เหนียง แก้มตก ร่องแก้มลึก
- เส้นริ้วรอยและผิวหย่อนบริเวณหน้าอกช่วงคอ
- ผู้ที่ยังไม่พร้อมผ่าตัดดึงหน้า แต่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นได้จริง
- ต้องการชะลอการเกิดริ้วรอยในระยะยาว โดยไม่ต้องทำหัตถการซ้ำบ่อย ๆ
ใครควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
ผู้ที่มีภาวะผิวอักเสบ มีสิวอักเสบรุนแรง หรือมีการติดเชื้อในบริเวณที่ต้องการรักษา
ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ง่าย
ผู้ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้ามาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา แพทย์ของ Aesta Clinic จะประเมินสภาพผิวและซักประวัติสุขภาพก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ขั้นตอนการทำ Program Ulthera Prime ที่ Aesta Clinic
ปรึกษาและประเมินผิวโดยแพทย์ปริญญาโทผิวหนัง วิเคราะห์ปัญหาผิว ความหย่อนคล้อย และวางแผนจำนวนไลน์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชา ล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกให้ผิวพร้อมสำหรับการรักษา และแปะยาชา 1-2ชม.
ทาเจลนำคลื่น เพื่อให้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งผ่านไปยังชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แพทย์ยิงพลังงานพร้อมดูชั้นผิวผ่านระบบ Visualization เพื่อยิงพลังงานลงสู่ชั้น SMAS ในระดับความลึกที่เหมาะสมและตรงจุด
ทาครีมบำรุงและปกป้องผิวหลังทำ สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
ระยะเวลาในการทำต่อครั้งโดยประมาณ 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์และบริเวณที่รักษา
ผลลัพธ์หลังทำ Program Ulthera Prime เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
- หลังทำ: ผิวดูยกกระชับขึ้นประมาณ 20-30% จากการหดตัวของเนื้อเยื่อชั้น SMAS
1-2 วันแรก: อาจมีอาการบวม แดง หรือผิวไวต่อการสัมผัสเล็กน้อย ซึ่งเป็นปกติและจะหายไปเอง
2-3 เดือน: เห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่: โดยทั่วไปประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิวเดิม และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อคงผลลัพธ์ในระยะยาว
ทำไมต้องทำ Program Ulthera Prime ที่ Aesta Clinic
ดูแลและให้คำปรึกษาโดยแพทย์ปริญญาโทผิวหนังและความงามโดยเฉพาะ
ประเมินจำนวนไลน์และวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลก่อนทำทุกครั้ง
ใช้เครื่อง Ulthera Prime จากบริษัท Merz Aesthetics โดยตรง พร้อมระบบ Visualization ที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำและปลอดภัย
บรรยากาศคลินิกสะอาด เป็นส่วนตัว เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
เจ็บไหม ต้องใช้ยาชาหรือไม่?
ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรืออุ่นใต้ผิวบ้าง แพทย์จะทายาชาเป็นเวลา 1-2ชม. ก่อนการรักษาเพื่อให้คนไช้รู้สึกสบายที่สุดระหว่างการรักษา
เห็นผลเมื่อไร?
ส่วนใหญ่รู้สึกถึงความยกกระชับของผิวได้หลังทำ และเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือนหลังการรักษา จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และการดูแลหลังทำ
ควรทำบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแนะนำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้า ทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สอบถามรายละเอียด/โปรโมชั่น
PROGRAM
Oligio X
ยกกระชับผิวหน้า RF รุ่นใหม่ล่าสุด เย็น ยก ยุบ นาน
Program Oligio X ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ที่พัฒนาต่อยอดจากเครื่อง Oligio รุ่นมาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้ตรงจุดมากขึ้น โดยสามารถส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Layer) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่จากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ เรียบเนียน และกรอบหน้าดูชัดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
Program Oligio X "เย็น ยก ยุบ นาน"
เย็น
ระบบทำความเย็นต่อเนื่องหลายจังหวะ ช่วยลดความร้อนสะสมบนผิวระหว่างทำ ลดความรู้สึกแสบร้อน ทำให้รู้สึกสบายผิวมากกว่าเครื่องรุ่นเดิม
ยก
เทคโนโลยี GXG Dual-Mode ส่งพลังงานลงสู่ผิวได้หลายระดับชั้นในจังหวะเดียว กระตุ้นคอลลาเจนได้ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นไขมัน
ยุบ
ช่วยลดเหนียง ปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นาน
ด้วยการควบคุมระดับพลังงานให้คงที่สม่ำเสมอทั้งใบหน้า ผลลัพธ์จึงดูเรียบเนียนทั่วถึงและอยู่ได้นานขึ้นกว่ารุ่นก่อน
Program Oligio X ทำงานอย่างไร?
คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) จาก Oligio X จะส่งพลังงานความร้อนที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เมื่อผิวได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม เส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่จะหดตัวกระชับขึ้น พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ผิวดูกระชับขึ้น ริ้วรอยตื้นลง และกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยระหว่างการรักษาจะมีระบบตรวจวัดอุณหภูมิและระบบทำความเย็นทำงานควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากความร้อนสะสมมากเกินไป
เหมาะสำหรับ
ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
เหนียงหรือเส้นกรอบหน้าไม่ชัด
ร่องแก้มลึก แก้มตก
ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณใบหน้า
รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความเต่งตึง
ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
ใครควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
- ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภาวะผิวอักเสบหรือมีการติดเชื้อในบริเวณที่ต้องการรักษา
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาวิธีอื่นเพิ่มเติม
ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา แพทย์ของ Aesta Clinic จะประเมินสภาพผิวและซักประวัติสุขภาพก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ขั้นตอนการทำ Program Oligio X ที่ Aesta Clinic
ปรึกษาและประเมินผิวโดยแพทย์ วิเคราะห์สภาพผิวและวางแผนระดับพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกให้ผิวพร้อมสำหรับการรักษา
เริ่มยิงพลังงาน RF ด้วยเทคนิคเฉพาะ ครอบคลุมบริเวณที่ต้องการยกกระชับ ควบคู่กับระบบทำความเย็นตลอดการรักษา
ทาครีมบำรุงและปกป้องผิว หลังทำเสร็จสามารถแต่งหน้าและกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
ผลลัพธ์ที่ได้
ผิวกระชับขึ้นหลังทำ
รูขุมขนดูละเอียดขึ้น
ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้น
ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม
ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล ก่อนรับบริการแพทย์จะวิเคราะห์และประเมินวิธีการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสม และได้ผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจมากที่สุด
ทำไมต้องทำ Program Oligio X ที่ Aesta Clinic
ดูแลและให้คำปรึกษาโดยแพทย์ปริญญาโทผิวหนังและความงามโดยเฉพาะ
ประเมินสภาพผิวเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนการรักษาทุกครั้ง
ใช้เครื่อง Oligio X นำเข้าจากบริษัท Wontec โดยตรง พร้อมเทคนิคการยิงพลังงานที่ได้มาตรฐาน
บรรยากาศคลินิกสะอาด เป็นส่วนตัว เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
Oligio X แตกต่างจาก RF ทั่วไปอย่างไร?
Oligio X ส่งพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ ช่วยให้การกระตุ้นคอลลาเจนมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
Oligio X มีต้องพักฟื้นไหม?
ไม่มีดาวน์ไทม์ ไม่ต้องพักหน้า สามารถแต่งหน้าและกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังทำ
สามารถทำร่วมกับ Program Ultherapy Prime ได้หรือไม่?
ได้ แพทย์อาจวางแผนการรักษาร่วมกันเพื่อดูแลผิวในหลายระดับชั้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับ
เจ็บไหม?
ขณะทำจะรู้สึกอุ่นสบายใต้ผิว หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อยและหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียด/โปรโมชั่น
PROGRAM
Ultraformer III
ยกกระชับและปรับกรอบหน้า HIFU/MMFU
Program Ultraformer III คือโปรแกรมยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ใช้เทคโนโลยี Micro and Macro Focused Ultrasound (MMFU) ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงลงสู่ผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกัน ได้แก่ 1.5 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. โดยระดับความลึกสุดท้ายคือชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
เมื่อพลังงานไปถึงชั้นผิวที่ต้องการ จะเกิดจุดความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อเยื่อหดตัว ผิวดูยกกระชับขึ้น พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ช่วยให้ผิวแน่น เต่งตึง และริ้วรอยดูจางลงโดยไม่ต้องผ่าตัด
เทคโนโลยี MMFU ของ Program Ultraformer III ต่างจาก HIFU ทั่วไปอย่างไร
หัวคาร์ทริดจ์หลายขนาด
ครอบคลุมความลึกตั้งแต่ชั้นหนังแท้ตื้น ชั้นไขมัน จนถึงชั้น SMAS ทำให้แพทย์สามารถเลือกหัวที่เหมาะกับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการรักษาได้อย่างตรงจุด
พลังงานที่สม่ำเสมอ
ช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับกระจายทั่วถึงทั้งบริเวณที่ทำ
ใช้งานได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว
ด้วยหัวคาร์ทริดจ์ที่ออกแบบมาสำหรับแต่ละส่วนของร่างกายโดยเฉพาะ
เหมาะสำหรับ
ผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
เหนียง คางสองชั้น (Double Chin)
หนังตาตกหรือคิ้วตก
ร่องแก้มลึก แก้มห้อย
ริ้วรอยก่อนวัยในผู้ที่เพิ่งเริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
ผิวบริเวณลำคอที่ไม่กระชั
เหมาะทั้งกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลางที่ต้องการดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ
ใครควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
ผู้ที่มีภาวะผิวอักเสบ สิวอักเสบรุนแรง หรือมีการติดเชื้อในบริเวณที่ต้องการรักษา
ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ง่าย
ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาวิธีอื่นเพิ่มเติม
ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา แพทย์ของ Aesta Clinic จะประเมินสภาพผิวและซักประวัติสุขภาพก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ผลลัพธ์ที่ได้
- กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
- ใบหน้าดูเรียวและได้สัดส่วน
- ผิวกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- เห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือน
ผลลัพธ์หลังทำ Program Ultraformer III เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
- หลังทำ: ผิวอาจดูกระชับขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ
1-2 วันแรก: อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ตึง หรือผิวแดงจากความร้อน ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเอง
2-3 เดือน: เห็นผลลัพธ์การยกกระชับและลดริ้วรอยชัดเจนขึ้นจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่: โดยทั่วไปประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิวเดิม และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อคงผลลัพธ์ในระยะยาว
ทำไมต้องทำ Program Ulthera Prime ที่ Aesta Clinic
ดูแลและให้คำปรึกษาโดยแพทย์ปริญญาโทผิวหนังและความงามโดยเฉพาะ
ประเมินสภาพผิวและเลือกหัวคาร์ทริดจ์ที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อนทำทุกครั้ง
ใช้เครื่อง Ultraformer III สั่งตรงจาก Paragon Care พร้อมเทคนิคการยิงพลังงานที่ได้มาตรฐาน
บรรยากาศคลินิกสะอาด เป็นส่วนตัว เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
Ultraformer III ต่างจาก Ultherapy Prime อย่างไร?
ทั้งสองเทคโนโลยีช่วยยกกระชับผิว แต่ Ultraformer III มีความยืดหยุ่นในการเลือกความลึกและเหมาะกับการปรับกรอบหน้าในหลายบริเวณ ส่วน Ultherapy Prime โดดเด่นด้านความแม่นยำในการยกกระชับชั้นผิวลึก
Ultraformer III เจ็บไหม?
ระหว่างทำอาจรู้สึกปวดตึงหรืออุ่น ๆ ใต้ชั้นผิว โดยเฉพาะเมื่อพลังงานลงถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่ในระดับที่พอรับได้ ทางคลินิกจะทายาชาก่อนทำเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการรักษา
ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
Ultraformer III ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นภายใน 1-2 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์อยู่ได้ 6-12 เดือน แนะนำทำทุกๆ 6-8 เดือน หรือแพทย์อาจแนะนำให้ทำซ้ำตามความเหมาะสมของสภาพผิวแต่ละบุคคล












